ธรรมนำชีวิต จุดบอดของชีวิต และการใช้ชีวิตที่มีธรรม

บางครั้งเราอาจเกิดความสงสัยขึ้นว่า คนผู้นี้เขาก็ดีทุกอย่าง ความรู้ความสามารถก็ดี ความประพฤติทั่ว ๆ ไปก็ดี ทั้งหน้าที่การงานก็สูง และขยันขันแข็งเอางานเอาการ อัธยาศัยไมตรีก็ดี เป็นที่รักนับถือของคนทั่วไป แต่ทำไมเขาจึงไม่ค่อยเจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร ทำไมจึงมีแต่เรื่องราว มีแต่ตกอับ หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครเห็นความดีของเขา พูดอีกทีก็คือคิดว่าเขาดีทุกอย่างไม่มีข้อบกพร่องในสายตาเลย ทำไมเขาจึงเป็นอย่างนี้ ทำไมความดีจึงไม่ช่วยเขาบ้าง

เราอาจสงสัยอย่างนี้ในตัวคนอื่น บางทีก็ในตัวเราเอง เมื่อคิดหาคำตอบในทางไม่ดีของเขาหรือของตัวไม่พบก็เลยเหมาเอาว่า “ทำดีไม่ได้ดี” ไปโน่นเลย

ความจริง คนเราทั่วไปต่างก็มีดีด้วยกันทุกคน ในทำนองเดียวกันต่างก็ไม่ดีด้วยกันทุกคนนั่นแหละ แต่เมื่อมีดีมากเท่าไรความไม่ดีมักจะถูกมองข้ามไปเสียทั้ง ๆ ที่มันมีอยู่ ดังในกรณีข้างต้นนั้น คนที่เราว่าดี ๆ นั้นลองหาจุดบอดหรือจุดบกพร่องที่ทำให้เขาไม่ได้ดีดูสักนิดก็จะพบเห็นได้ และจุดที่เราพบนั้นเป็นจุดบอดที่สำคัญที่สุดของเขาซึ่งเราก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะมีอย่างนั้นหรือเป็นอย่างนี้ คือเขาอาจมีดีภายนอกซึ่งมองได้ทุกอย่างจริง แต่เขาอาจขาดดีภายในก็เป็นได้ ดีภายในที่น่าจะขาดไปคือความสำนึกในความดีของบุคคลอื่นแล้วยอมรับความดีของเขา และหากว่าความดีเช่นนั้นเขาทำให้แก่ตัวเอง ตัวเองยอมรับว่านั่นเป็นบุญคุณซึ่งตัวเองจะต้องจารึกไว้ในใจแล้วหาทางตอบบุญแทนคุณนั้นตลอดไป ซึ่งความสำนึกในบุญคุณของคนอื่นและยอมรับที่จะตอบสนองพระคุณนั้นนี่เองที่เรียกกันในภาษาพระว่า “กตัญญูกตเวทิตาธรรม” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ความกตัญญู”

ความกตัญญูนี้จัดว่าเป็นคุณธรรมพื้นฐานของชีวิต ใครมีความกตัญญูก้ได้ชื่อว่าได้สร้างพื้นฐานชีวิตไว้ดีแล้ว ชีวิตของเขาก็จะรุ่งโรจน์สูงส่งยั่งยืนต่อไปได้โดยไม่มีวันตกอับง่าย ๆ ใครขาดความกตัญญูก็ถือว่าขาดพื้นฐานชีวิตที่ดีและมั่นคงไป แม้เขาจะมีดีอย่างอื่นร้อยดีพันดีอย่างไร แต่ถ้าขาดดีกตัญญูเสียอย่างเดียวแล้วก็รุ่งเรืองมั่นคงอยู่ได้ไม่นาน เปรียบเสมือนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใหญ่ ๆ ที่มั่นคงแข็งแรง ต้านลมต้านฝนอยู่ได้ก็เพราะมีรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง ส่วนอาคารที่สูงใหญ่บางอาคารซึ่งวางรากฐานไว้ไม่เพียงพอ แม้ข้างบนจะตกแต่งไว้สวยงามใช้วัสดุที่ดีและคงทนสักปานใดสักวันหนึ่งก็จะต้องพังครืนลงมาแน่นอน บางทีสร้างยังไม่ทันเสร็จก็พังลงมาเสียแล้ว

รากฐานที่มั่นคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งก่อสร้างใหญ่ ๆ ฉันใด ความกตัญญูก็เป็นพื้นฐานชีวิตอันจำเป็นสำหรับคนที่ต้องการเป็นใหญ่เป็นโต และต้องการความรุ่งเรืองฉันนั้น

แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้าท่านก็ทรงรับรองไว้ว่า “ความกตัญญูกตเวที เป็นพื้นฐานของเหล่าสัตบุรุษชนคนดี” ฉะนี้

เพราะฉะนั้นในกรณีที่เราเห็นว่าเขาดีทุกอย่างแต่ทำไมไม่เจริญนั้นเขาอาจจะมีความบกพร่องโดยขาดความกตัญญูอันเป็นจุดบอดสำคัญก็เป็นได้ คือเขาอาจจะเป็นคนที่อกตัญญูต่อพ่อแม่เขาหรือต่อผู้มีพระคุณคนใดคนหนึ่งซึ่งเราไม่อาจรู้หรือไม่อาจมองเห็นความเป็นไปของเขาก็เป็นได้

อันพฤติกรรมของคนอกตัญญูนั้นอาจแสดงออกให้เห็นเพียงผิวเผินเช่น กับพ่อแม่ก็ไม่มีความเคารพคารวะท่าน ไม่ให้เกียรติท่าน แถมบางครั้งยังลบหลู่ท่านเสียอีก บางทีอาจเอาพ่อเอาแม่ไปล้อกันเล่นเห็นเป็นของสนุกปากไปเสียก็มี ที่แสดงแรงขึ้นไปหน่อยก็ถึงพูดจาถากถางพ่อแม่ ด่าทอท่าน แสดงกิริยาปั้นปึ่งปึงปังใส่หน้าท่าน ใส่แง่ใส่งอนท่าน รวมถึงพูดจาดูถูก ตัดรอนบุญคุณท่านให้ท่านช้ำใจ และที่แสดงออกอย่างแรงที่สุดก็ถึงกับลงไม้ลงมือทุบตี เตะต่อย ทำร้ายท่านทั้งทางร่างกายและจิตใจ นี่คือพฤติกรรมของคนอกตัญญูทั้งสิ้น

คนอกตัญญูนั้นจัดว่าเป็น “คนพื้นเสีย” หาความเจริญไม่ได้เลยทีเดียว ใครมีอย่างนี้แม้เพียงอย่างเดียวก็เชื่อว่ามีจุดบอดในตัว ซึ่งจะเป็นเหตุบั่นทอนความเจริญต่าง ๆ ได้

มิใช่เฉพาะต่อพ่อแม่เท่านั้นที่เราควรแสดงความกตัญญูตอบ ไม่ควรลบหลู่คุณ แม้ผู้อื่นซึ่งเคยมีพระคุณแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรลืมท่านว่า ใครก็ตามที่ให้ข้าวหนึ่งคำ น้ำหนึ่งขันแก่เราด้วยน้ำใจ จงถือว่านั่นเป็นบุญคุณที่ควรหาทางตอบสนองให้ได้อย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งอย่างนี้จึงจะถือว่าเป็นคนดีแท้

อย่างในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อ ราธะ เป็นคนศรัทธาอยากจะบวชจึงไปอาศัยอยู่ในวัดปรนนิบัติพระอยู่นานแล้วขอให้ท่านบวชให้ แต่ไม่มีพระองค์ใดยอมบวชให้ ทั้งนี้เพราะมีธรรมเนียมของพระอยู่ว่า รูปใดเป็นอุปัชฌาย์บวชพระใหม่จะต้องรับภาระพระใหม่นั้นอย่างน้อยก็ 5 ปี จะต้องพาไปไหนต่อไหนด้วย จะทิ้งขว้างไม่ได้ จะต้องหาเลี้ยง ต้องสอนหนังสือ สอนกรรมฐานให้ เจ็บไข้จะต้องพยาบาลรักษา นับว่าเป็นภาระหนักจึงไม่มีใครบวชให้ ราธะพราหมณ์เสียใจมากที่ไม่ได้บวชถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เรื่องถึงพระพุทธเจ้าจึงประชุมสงฆ์ตรัสถามอาสาสมัครที่จะให้ราธะบวช พระสารีบุตรทูลรับอาสา ทรงถามว่าพราหมณ์คนนี้เป็นญาติหรือเป็นคนรู้จักกัน พระสารีบุตรทูลว่าไม่ได้เป็นญาติและไม่ได้เป็นคนรู้จักกัน แต่จำได้ว่าเมื่อหลายปีมาแล้วพราหมณ์คนนี้เคยใส่บาตรให้ทัพพีหนึ่ง คิดถึงบุญคุณข้อนี้ของพราหมณ์คนนี้จึงรับอาสาจะบวชให้พระพุทธองค์รงอนุโมทนาและตรัสสรรเสริญพระสารีบุตรว่าเป็นพระเถระยอดกตัญญู ราธะพราหมณ์เลยได้บวชเพราะอาศัยอานิสงส์ข้าวสุกที่ใส่บาตรเพียงทัพพีเดียวและแรงกตัญญูแท้ ๆ

พระสารีบุตรท่านไม่เคยลืมบุญคุณใครแม้อาจารย์คนแรกของท่านซึ่งสอนให้ท่านบรรลุมรรคผลเบื้องต้นคือพระอัสสชิหนึ่งในจำนวนพระปัญจวัคคีย์ ท่านก็เคารพเสมอต้นเสมอปลายโดยจะนอนผินศีรษะไปทางที่พระอัสสชิอยู่เสมอ จะไม่ยอมนอนหันเท้าไปทางที่อาจารย์อยู่เป็นอันขาด

“นี่คือปฏิปทาของพระเถระยอดกตัญญูซึ่งท่านก็ได้เจริญสูงสุดในพระพุทธศาสนาในทางปัญญาและทางเทศนาได้”

ดังนั้น หากเราสงสัยว่าทำดีไม่ได้ดีก็ลองดูว่าตัวเองขาดความกตัญญูไปบ้างหรือไม่ มีจุดบอดในชีวิตข้อนี้หรือไม่ บางทีอาจจะหมดข้อกังขาเองว่า “อ้อ… เพราะขาดความกตัญญูนี่เอง จึงทำให้ชีวิตดับอยู่จนทุกวันนี้”

You may also like...